ควรพิจารณาอะไรบ้างเมื่อใช้เครื่อง MAP สำหรับมะเขือเทศ?
Tomatoes are climacteric fruits with thin skin, high moisture content and high sensitivity to gas ratio, temperature and humidity, making them different from meat or cooked food for modified atmosphere packaging. Using a MAP machine for tomatoes requires targeted adjustments to keep tomatoes fresh, firm and palatable, and avoid common problems like rot, softening and off-flavors.

การเตรียมมะเขือเทศก่อนบรรจุ
เลือกมะเขือเทศที่สุกเต็มที่แต่ไม่เน่าเปื่อย รูปร่างสมบูรณ์ ไม่มีรอยช้ำ รอยร้าว หรือเชื้อรา มะเขือเทศที่สุกเกินจะมีการหายใจที่แรง ซึ่งจะทำลายสมดุลก๊าซภายในอย่างรวดเร็ว
ทำความเย็นมะเขือเทศให้เหลือ 10-15°C เพื่อลดความร้อนจากสนาม และเช็ดความชื้นบนผิวเพื่อป้องกันการควบแน่นภายในบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นสาเหตุของเชื้อรา ควรเก็บมะเขือเทศในความสุกและขนาดเดียวกันเพื่อผลลัพธ์การบรรจุภัณฑ์ที่สม่ำเสมอ

พารามิเตอร์สำคัญสำหรับ เครื่อง MAP สำหรับมะเขือเทศ
อัตราส่วนก๊าซเป็นสิ่งสำคัญ: ใช้ไนโตรเจน 60%-80%, คาร์บอนไดออกไซด์ 5%-10% และออกซิเจน 10%-20% หลีกเลี่ยงคาร์บอนไดออกไซด์เกิน 15% (ทำให้เนื้อขม) หรือออกซิเจนต่ำกว่า 8% (นำไปสู่การหายใจแบบไม่ใช้ออกซิเจน)
อย่ากดสูญญากาศเกินไป เพราะจะทำลายผิวมะเขือเทศ ควรให้บรรจุภัณฑ์มีความฟูเล็กน้อย ปรับอุณหภูมิการซีลตามความหนาของฟิล์มเพื่อป้องกันการรั่วของอากาศ และเว้นช่องว่างภายในบรรจุภัณฑ์ให้เพียงพอสำหรับการเปลี่ยนก๊าซเต็มที่

ฟิล์มบรรจุภัณฑ์ & การเก็บรักษาหลังบรรจุ
เลือกฟิล์ม MAP ที่มีความสามารถระบายอากาศสูง (25-40μm) แทนฟิล์มพลาสติกธรรมดา เพื่อปล่อยเอทิลีนและรักษาสมดุลก๊าซ เก็บมะเขือเทศบรรจุภัณฑ์ที่อุณหภูมิ 8-12°C หลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรงและอุณหภูมิสูง และอย่าแช่แข็ง ควรสอบเทียบเครื่อง MAP สำหรับมะเขือเทศเป็นประจำเพื่อให้แน่ใจว่าอัตราส่วนก๊าซและประสิทธิภาพการซีลมีเสถียรภาพ
ด้วยการใช้งานที่ถูกต้อง เครื่อง MAP สำหรับมะเขือเทศสามารถยืดอายุการเก็บรักษาจาก 3-5 วันเป็น 7-15 วัน โดยรักษาเนื้อสัมผัสและรูปลักษณ์ที่เหมาะสมสำหรับการขายเชิงพาณิชย์
